อาลีซาน

  อรุณสวัสดิ์ค่ะ ทุกคน 🙂   ขณะนี้แก้วตาอยู่ที่ไต้หวัน เลยขอเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้น ณ เทือกเขาอาลีซาน (Alishan) มาฝากนะคะ   กว่าจะได้ชมบรรยากาศธรรมชาติสวยๆ ในอากาศ 10 องศาแบบนี้ก็แลกมากับความมึนหลายอย่าง โดยเฉพาะอาการเมารถอย่างหนักจากการนั่งแท็กซี่ขึ้นเขาเข้าอุทยานอาลีซานยามดึก ซึ่งทางก็คดเคี้ยวมากมาย ทำเอาเราเมารถหนักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน T^T   แต่พอรอดมาได้ก็รู้สึกดี และเหมือนจะช่วยให้เราอยากชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น เห็นคุณค่าของคนรอบข้างมากขึ้น อยากทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพื่อที่จะได้เป็นอดีตที่น่าจดจำ   … ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเลยจริงๆ นะ … …

Good Morning, Alishan!

อรุณสวัสดิ์ค่ะ ทุกคน  ขณะนี้แก้วตาอยู่ที่ไต้หวัน เลยขอเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้น ณ เทือกเขาอาลีซาน (Alishan) มาฝากนะคะ กว่าจะได้ชมบรรยากาศธรรมชาติสวยๆ ในอากาศ 10 องศาแบบนี้ก็แลกมากับความมึนหลายอย่าง โดยเฉพาะอาการเมารถอย่างหนักจากการนั่งแท็กซี่ขึ้นเขาเข้าอุทยานอาลีซานยามดึก ซึ่งทางก็คดเคี้ยวมากมาย ทำเอาเราเมารถหนักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน T^T แต่พอรอดมาได้ก็รู้สึกดี และเหมือนจะช่วยให้เราอยากชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น เห็นคุณค่าของคนรอบข้างมากขึ้น อยากทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพื่อที่จะได้เป็นอดีตที่น่าจดจำ … ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเลยจริงๆ นะ … แก้วตา 27.11.16  

Midnight in Geneva

ความต้องการอยู่กับตัวเองเงียบๆ ผุดขึ้นมาทุกครั้งเมื่อมีผู้คนมารายล้อมนานเกินไป จนทำให้เราตัดสินใจปลีกวิเวกมาใช้เวลาในค่ำคืนสุดท้ายที่กรุงเจนีวาเดินเล่นเรื่อยเปื่อย ปล่อยความคิดให้ล่องลอย ปล่อยใจให้สัมผัสกับสิ่งรอบตัวอย่างแท้จริง คืนวันศุกร์ดูมีสีสันกว่าทุกวันที่ผ่านมา ผู้คนออกมานั่งดื่มและด่ำอากาศดีๆ ที่อุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส พร้อมพูดคุยกันอย่างออกรส บางร้านเปิดเพลงเสียงดัง เหมือนกับเชิญชวนให้หันไปมองผู้คนที่กำลังเต้นกันอยู่ในห้องแคบๆ ดูแออัด     คงเป็นเพราะช่วงนี้มีการประชุมองค์การสหประชาชาติจึงทำให้เมืองนี้อบอวลไปด้วยมิตรภาพของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ บรรยากาศแห่งความเท่าเทียมมีอยู่ทุกแห่งหน ทุกคนให้เกียรติกัน เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน จนทำให้รู้สึกว่าทุกวินาทีของชีวิตช่างมีคุณค่า ตอนนี้น้ำพุ Jet d’Eau ได้พักผ่อน หลังจากทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมาตลอดวัน สวนสาธารณะรอบๆ ทะเลสาบเจนีวาก็กลายเป็นสถานที่ผ่อนคลายให้กับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่เดินจับมือกันแน่น กลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวกันดื่มใต้ต้นไม้ บางกลุ่มก็เดินไปพร้อมกับเปิดเพลงจังหวะสนุก …

See Angkor Wat and die

“See Angkor Wat and die” อาร์โนลด์ ทอยน์บี นักประวัติศาสตร์กล่าวไว้เมื่อเกือบ 60 ปีก่อน วันนี้แก้วตาได้ยลนครวัดแล้ว แต่ยังไม่ขอตายเร็วๆ นี้นะคะ 55+ การได้มาสัมผัสปราสาทนครวัดถึงกัมพูชาเป็นความฝันของเรามานานแล้ว ดีใจที่วันนี้ทำสำเร็จ ได้ขีดฆ่าสิ่งที่อยากทำในชีวิตไปแล้วอีกหนึ่งข้อ ซัวสะเด็ย กัมปูเจีย … ยินดีที่ได้เจอกัน (ซะที) นะ 🙂 ป.ล. ขอบคุณเค้ก เพื่อนร่วมทริปคนล่าสุด ที่พกกล้องดีๆ มาและถ่ายรูปให้อย่างงามงด  

ดอกไม้ช่อแรก

  อากาศติดลบในค่ำคืนที่หิมะตกหนักที่สุดในรอบ 50 ปีของกรุงมอสโคว์อาจทำให้รู้สึกหนาวจนตัวสั่น แต่เมื่อขึ้นได้รถแท็กซี่คันนี้ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นทันที คงเป็นเพราะฮีทเตอร์ที่ให้ไออุ่น หรือไม่ก็เพราะดอกไม้ช่อเล็กๆ ที่อยู่ในมือตอนนี้   ระหว่างขับรถชายชาวอาร์เมเนียวัยกลางคนพยายามชวนคุยโดยใช้ภาษาสเปนขั้นพื้นฐาน โชคดีที่ฉันเคยเรียนภาษาสเปนมาบ้าง แม้จะจำไวยากรณ์ได้เลือนลางแต่ก็ยังพอสื่อสารได้อยู่ ก็คงเป็นเรื่องบังเอิญที่คนแปลกหน้าสองคนจากต่างถิ่นได้มาเจอกันที่ประเทศรัสเซีย และสื่อสารกันด้วยภาษาที่แต่ละคนไม่คุ้นชิน   อาจเป็นเพราะความไม่คุ้นชินนี้เองที่ทำให้คนเรากล้าเปิดใจบอกความลับหรือสิ่งที่ไม่เคยพูดที่ไหนให้กับคนแปลกหน้า รวมถึงโอกาสที่จะได้โคจรมาพบกันอีกนั้นก็แทบจะไม่มี ซึ่งดูเหมือนโชเฟอร์ของฉันในค่ำคืนนี้ต้องการจะใช้สิทธิ์คนแปลกหน้าอย่างเต็มที่ ถึงได้ยิงสารพัดคำถามมาให้ฉันคอยนึกศัพท์ภาษาสเปนมาตอบอยู่ตลอดเวลาชั่วโมงกว่าๆ ที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินโดโมเดโดโว ซึ่งบางคำถามก็ตอบยากด้วยความที่จำศัพท์ไม่ได้ และบางอย่างก็ดูเป็นแนวคิดที่นามธรรมหรือล้ำจนเกินอธิบาย อย่างไรก็ตามฉันก็ขอใช้สิทธิ์คนแปลกหน้าด้วยเช่นกัน พร้อมโยนคำถามที่อยากรู้ไปมากมายจนบางครั้งเขาดูเครียด แต่เขาก็ตอบมาให้ฉันเข้าใจอะไรมากขึ้น   ขณะที่รถติดไฟแดง อยู่ๆ เขาก็ลดกระจกรถลงและเรียกผู้หญิงที่กำลังขายดอกไม้ให้มาหา อีกไม่กี่นาทีถัดมาช่อดอกไม้สีขาวนี้ก็มาอยู่ในมือฉัน …

морс & квас

  ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่ดังในรัสเซีย หลายคนน่าจะนึกถึงวอดก้า ยิ่งอากาศหนาวๆ แล้วได้จิบวอดก้าสักหน่อยคงรู้สึกดีไม่น้อย ซึ่งที่นี่มีประวัติว่าดื่มวอดก้ามาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 – 15 ก็น่าจะเป็นตัวจริงด้านนี้ ซึ่งในทริปนี้เราก็หวังจะลิ้มรสวอดก้าต้นตำรับรัสเซียสักครั้งตามประสาคนชอบลอง แต่แน่นอนค่ะว่าแผนล่มอีกแล้ว ไม่ได้ไปนั่งดริงค์สวยๆ เลยสักวัน   แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ในเมื่อไปสายเมาไม่รุ่ง แก้วตาก็จะมุ่งมาในสายกิน จริงๆ แล้วเครื่องดื่มสุดฮิตอีกอย่างที่อ่านเจอในหนังสือคือ ชาดำ ซึ่งที่นี่ก็จะดื่มคู่กับเลมอนฝานบางๆ หรือไม่ก็แยมเพื่อให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งตอนที่เราไปรัสเซียก็ไม่ค่อยเห็นคนดื่มชาร้อนเท่าไรทั้งๆ ที่อากาศหนาว ส่วนตัวเราเองก็ไม่ได้ดื่มชาดำเลย ไปสั่งชาเขียวซะงั้น   สำหรับเครื่องดื่มที่มักเจอบ่อยๆ ตามร้านอาหารก็คือ …

มื้อแรกในรัสเซีย

  ทีตอนเที่ยวล่ะเจออากาศหนาว หิมะกระหน่ำแค่ไหนก็บ่ยั่น พอกลับไทยเท่านั้นแหละ…ป่วยรัวๆ เลยค่ะ –”   วันนี้ก็เป็นอีกวันที่รู้สึกเปื่อยจนต้องลางาน แต่ในวันที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาแบบนี้นี่แหละที่ทำให้นึกถึงทริปรัสเซีย จนได้ฤกษ์ลงมือเขียนอย่างจริงจัง หลังจากที่อิดออดเพราะวางแผนอลังการว่าจะเขียนเรื่องอะไรเปิดบล็อกนี้ดี   สรุปก็คืออยากเขียนถึงอาหารมื้อแรกที่ได้กินในรัสเซีย เพราะวันนี้อยู่ๆ ก็โหยอยากกินขึ้นมา ซึ่งร้านแรกที่เราไปก็คือร้าน Il Patio ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาลี   ใช่ค่ะ มื้อแรกของแก้วตาที่รัสเซียเป็นอาหารอิตาลี   จริงๆ ก็ผิดวิสัยตัวเองเหมือนกันที่มากินอะไรที่หากินได้ทั่วไปในประเทศที่ไม่เคยมาแบบนี้ แต่จะบอกว่าร้านอาหารอิตาลีที่รัสเซียส่วนใหญ่จะมีอาหารญี่ปุ่นขายด้วย เก๋มั้ย ซึ่งโมเมนต์นั้นก็หิวมาก อยากรีบหาอะไรกินจะได้มีเวลาเดินเที่ยวเล่นต่อ ร้านนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะอยู่ใกล้ที่พัก …

โปสการ์ด

สมัยหัดเที่ยวใหม่ๆ เราชอบส่งโปสการ์ดมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะส่งให้ตัวเอง เพราะอยากบันทึกความรู้สึกและบรรยากาศของการเดินทางครั้งนั้นเอาไว้ ดังนั้นไม่ว่าจะเดินทางไปจังหวัดไหนในไทยหรือต่างประเทศ เราก็มักจะหาซื้อโปสการ์ดมาเก็บไว้เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่โปสการ์ดก็ร่อนแหมะถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แต่ก็มีบ้างที่โปสการ์ดตกหล่นไปที่ไหนไม่รู้ หรือบางทีไปฝากร้านส่ง แต่ก็ไม่ถึงมือเราสักที     อาจเป็นเพราะเหตุนี้ระยะหลังเราเลยไม่ค่อยใส่ใจที่จะซื้อโปสการ์ดเท่าไหร่ ไม่ว่าจะซื้อไปส่งหรือซื้อมาสะสม บางทีดูภาพบนโปสการ์ดแล้วก็รู้สึกว่าไม่น่าซื้อ เพราะดูเว่อร์กว่าสิ่งที่เห็น หรือไม่ก็เป็นภาพธรรมดาๆ ที่เราถ่ายเองก็ได้ หรือที่จริงแล้วอาจเป็นเพราะว่าเราหมดความตื่นเต้นกับการเดินทางไปแล้วก็ได้ เพราะ 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ต้องเดินทางไปทำงานเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัว และเอาเข้าจริงการส่งไปรษณีย์ในยุคปัจจุบันก็ค่อนข้างยุ่งยาก ไม่ได้หาตู้จดหมายได้ง่ายเหมือนแต่ก่อน       …