Flu-Fool (2020) ภาพสะท้อนปีศาจแห่งกาลเวลาที่คืบคลานเข้ามาใน 1 ทศวรรษ

ความทรงจำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อนของบางคนอาจจะลางเลือน แต่สำหรับคณะละคร B-Floor Theatre เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2553 มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งคณะได้บันทึกความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นไว้ในการแสดง ‘Flu-Fool’ (2554) ก่อนจะนำกลับมาแสดงอีกครั้งในปีนี้เพื่อสะท้อนถึงความป่วยไข้และความเขลาของสังคม พร้อมฉายภาพ ‘ปีศาจแห่งกาลเวลา’ ที่ได้คืบคลานเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

สายลับสาว เดอะมิวสิคัล

สายลับสาว เดอะมิวสิคัล เป็นมิวสิคัลฮาปนซึ้งที่เล่าเรื่องราวของ ‘ก๋วยจั๊บ’ บัณฑิตจบใหม่จากคณะวิศวฯ ผู้แบกความคาดหวังของครอบครัวเอาไว้ทั้งเรื่องการสืบทอดกิจการและการแต่งงานเพื่อสร้างครอบครัวตามแบบฉบับของคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งก๋วยจั๊บไม่เคยบอกความจริงกับคนในครอบครัวเลยว่าเธอเป็นกะเทย และไม่อยากดูแลกิจการของที่บ้านต่อ จนวันหนึ่งเธอได้รู้ว่าพ่อโดนโกงเงินมหาศาล เธอจึงรวมพลังกับเพื่อนกะเทยอีกสองนางกลายร่างเป็น ‘สายลับสาว’ เพื่อไปสืบหาหลักฐานมากอบกู้ชื่อเสียงของครอบครัวให้ได้

Cyberpunk TH 2020

ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองในยุคปัจจุบันที่ยากจะคาดเดา คณะละคร Too Long Theatre ได้ลองตั้งคำถามขึ้นมาว่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในอนาคตอันไกลโพ้นเมื่อสังคมถูกครอบงำด้วยเทคโนโลยี การแสดง Cyberpunk TH 2020 จึงเกิดขึ้นเพื่อต่อยอดจินตนาการของ 4 ผู้กำกับรุ่นใหม่ผ่านละครสั้น 4 เรื่อง ที่ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์และสิ่งรอบตัว

‘เลลิซีร์ ดามอเร่’ รักวุ่นวายของสาวขายชาไข่มุกกับหนุ่มส่งอาหาร

L’elisir d’amore (เลลิซีร์ ดามอเร่) ถือเป็นโอเปร่าขึ้นหิ้งของอิตาลีที่เขียนโดย กาเอตาโน่ โดนิเซตตี (Gaetano Donizetti) ถ่ายทอดเรื่องราวของ เนโมรีโน่ (Nemorino) หนุ่มชาวนาผู้ไปหลงรัก อดิน่า (Adina) เศรษฐินีสาวเจ้าของที่ดิน โดยมีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง จ่าเบลคอเร่ (Belcore) เขาจึงต้องแสวงหาทางที่จะชนะใจเธอให้ได้ จนได้มาพบกับยาเสน่ห์ของ ดูลคามาร่า (Dulcamara) หมอเร่ขายยารักษาสารพัดโรคชื่อดัง

What’s left: Resonance from the Discarded (2019)

‘What’s left: Resonance from the discarded: แรงสะท้อนจากสิ่งที่ถูกทิ้ง’ เป็นการแสดงเดี่ยว 2 เรื่อง (Double bill) ที่สร้างสรรค์โดยคณะละคร B-Floor และ ดีง์ ซึ่งจัดแสดงที่ WTF Gallery สุขุมวิท 51 ใกล้บีทีเอสสถานีทองหล่อ โดยนำเรื่องราวใกล้ตัวในชีวิตประจำวันมาสะท้อนผ่านการแสดงแบบฟิสิคัล

Project Young Five

By FULLFAT Theatre Young Five เป็นโปรเจกต์ละครสั้นเรื่องล่าสุดของ FULLFAT Theatre ที่เปิดโอกาสให้นักการละครรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แสดงออก พร้อมสะท้อนความคิดเห็นและทัศนคติที่มีต่อชีวิตและสังคมในปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น 5 เรื่องย่อยๆ ดังนี้ 1. นักปราชญ์ 4.0 โดยภรินทร์ลดา อาภาภิรม ได้นำนักปราชญ์ 4 คนที่แต่งตัวคล้ายกับว่ามาจากยุคกรีกโบราณมานั่งประจำเก้าอี้ ก่อนแต่ละจะพรั่งพรูคำพูดโมโนล็อกออกมาถกเถียงกันเรื่องดาราลามไปถึงสังคมและการเมือง ซึ่งสะท้อนการโพสต์และคอมเมนต์บนโลกโซเชียลในยุคที่ใครก็สามารถสถาปนาตัวเองเป็นผู้รู้ได้ในชั่วพริบตา และประเด็นต่างๆ ล้วนมาเร็วไปเร็ว มีอะไรมาดึงดูดความสนใจได้ทุกเมื่อ โดยรวมแล้วเป็นการแสดงที่ดูได้เพลินๆ ประเด็นตั้งต้นน่าสนใจ ทำให้เห็นความเป็นไปของยุคออนไลน์ได้ดี …

สัตว์มนุษย์ (Humanimal)

‘สัตว์มนุษย์’ เป็นผลงานที่สร้างสรรค์โดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์ ซึ่งเชื้อเชิญให้ผู้ชมได้เข้าไปสำรวจความเป็น ‘สัตว์’ และความเป็น ‘มนุษย์’ ของศิลปินรับเชิญที่มาจากหลากหลายวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นักร้อง นักเขียน และนักบำบัด ทั้งหมด 17 คน รวมทั้งตัวดุจดาวเองด้วย ที่มารับบทเป็น ‘ผู้แสดง’ ถึง 2 ครั้ง เราเลือกดู 2 รอบ ประเดิมด้วยรอบที่ดุจดาวถูก ‘ปลดอาวุธ’ ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทจากรอบปกติที่ดุจดาวมักจะเป็นผู้ถามคำถามแขกรับเชิญ โดยวันนั้น (24 …

Touken Ranbu: The Musical KASHUU KIYOMITSU SOLO PERFORMANCE ASIA TOUR IN BANGKOK

ครั้งแรกที่เห็นโฆษณาการแสดงนี้ก็แอบสนใจอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะไม่เคยดูมิวสิคัลฝั่งญี่ปุ่นเลย แต่ราคาบัตรก็แรงอยู่ (3,500 – 4,000 บาท) เลยหักห้ามใจได้ ซึ่งต่อมาได้ลองไปเล่นเกมชิงรางวัลกับเพจแห่งหนึ่งดู และโชคดีได้ตั๋วมาแบบฟลุคๆ เพื่อชมโชว์ในวันที่ 24 พ.ค. 2019 เลยตั้งใจว่าจะไม่อ่านข้อมูลอะไรเกี่ยวกับการแสดงนี้ไปก่อนเลย เพราะอยากนำเสนอมุมมองของคนทั่วไปที่ได้ไปชมการแสดงที่ดูเจาะกลุ่มแฟนคลับเฉพาะกลุ่มแบบนี้ ผลเป็นอย่างไรเหรอคะ ก็ดูโดยไม่เข้าใจอะไรเลยสิคะ! 555+ ก่อนอื่นต้องโทษตัวเองที่เข้าใจผิดนึกว่าการแสดงนี้เป็นมิวสิคัลแบบเต็มรูปแบบ เพราะที่จริงแล้วเป็นโชว์เดี่ยวของนักแสดงที่เล่นเป็นตัวละครเด่นที่ชื่อ Kashuu Kiyomitsu (คะชู คิโยมิตสึ) ในมิวสิคัล Touken Ranbu (โทเคนรันบุ) ซึ่งสร้างมาจากเกมดังของญี่ปุ่นอีกที …

เพลิงอารยะ (Civilization Fire)

เพลิงอารยะ (Civilization Fire) เป็นละครเวทีลำดับที่ 8 ที่สร้างสรรค์โดยโรงละครมายาฤทธิ์ และสถาบันศิลปวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนา (มายา) ซึ่งเล่าถึงกำเนิดของไฟที่เชื่อมโยงกับมนุษย์ โดยเริ่มตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์เพราะอุกกาบาต มาถึงยุคมนุษย์ถ้ำที่คิดค้นวิธีจุดไฟได้เป็นครั้งแรก และเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมบนโลกนี้ หลังจากนั้นก็มีการแบ่งเรื่องเล่าเกี่ยวกับไฟเป็น 4 ตอนย่อย เริ่มจากความเชื่อของชนชาติไตที่ใช้ให้ตัวเหลือบไปขอไฟมาจากผีฟ้า นิทานของจีนที่เล่าถึงชายหนุ่มผู้ยากไร้ที่ต้องอาศัยแสงจากหิ่งห้อยในการอ่านหนังสือ ตามด้วยเรื่องราวที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เกิดขึ้นในยุคอุตสาหกรรม ได้แก่ เรื่องขำขันของเจ้านายผู้ร่ำรวยที่ขยันตั้งชื่อให้กับสิ่งรอบตัว และเรื่องน่าเศร้าของเด็กชายไม้ขีดไฟในค่ำคืนอันเหน็บหนาว สิ่งที่น่าชื่นชมอย่างมากคือการออกแบบเวที ฉาก และเสื้อผ้า ที่มีความน้อยแต่มาก ด้วยการหยิบจับสิ่งของที่ดูธรรมดามาเสริมรับเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่ง สำหรับบทนั้นเห็นได้ชัดว่ามีการศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี มีแนวคิดแกนกลางที่น่าสนใจ และพยายามย่อยให้เข้าใจง่าย เห็นภาพชัดเจน …

แก้วหน้าม้า เดอะมิวสิคัล (2017)

สิ่งที่น่าสนใจของ ‘แก้วหน้าม้า เดอะมิวสิคัล’ คือการตีความและสร้างสรรค์บทให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากล เพื่อสะท้อนถึงประเด็นความรักและความงามที่แท้จริงได้อย่างไม่ฉาบฉวย ซึ่งบทเพลงต่าง ๆ ยังแต่งออกมาได้อย่างลงตัว เหมือนนำเจ้าหญิงดิสนีย์มาผสมผสานเข้ากับบรรยากาศแบบ The Hobbits ภายใต้บริบทเรื่องราวแบบไทย ๆ